ตารางคะแนนและตัวชี้วัดผลงานล่าสุดของทีมชาติคูราเซาในบอลโลก ระบุไว้ด้านล่างนี้
- ตำแหน่งในกลุ่ม: คูราเซาอยู่ในกลุ่ม E ร่วมกับ เยอรมนี, โกตดิวัวร์ และเอกวาดอร์ โดยจะลงสนามเปิดประเดิมทัวร์นาเมนต์ในวันที่ 14 มิถุนายน 2026 พบกับ เยอรมนี ณ สนามเอ็นอาร์จี สเตเดียม ในเมืองฮิวสตัน รัฐเทกซัส
- อันดับโลกฟีฟ่า: คูราเซาเริ่มต้นปี 2026 ด้วยการรั้งอันดับที่ 78 ของโลกจากการจัดอันดับของฟีฟ่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการไต่อันดับขึ้นมาอย่างมั่นคงจากผลงานอันยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ (CONCACAF) ด้วยสถิติไร้พ่ายตลอด 10 นัด
- ตำแหน่งของคูราเซาในฟุตบอลโลกกลุ่ม E: คูราเซาเข้าสู่กลุ่ม E ในฐานะทีมเต็งอันดับสุดท้าย (อันดับ 4) ของกลุ่ม โดยตลาดเดิมพันต่างยกให้พวกเขาเป็นทีมรองบ่อน ตลอดการแข่งขันทั้งสามนัดในรอบแบ่งกลุ่ม
- สถิติในรอบคัดเลือก: คูราเซาทำสถิติไม่แพ้ใครเลยตลอดการแข่งขันรอบคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ (CONCACAF) 10 นัด โดยแบ่งเป็นชนะ 7 นัด และเสมอ 3 นัด พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบในฐานะประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดที่เคยเข้าถึงรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก
- สถิติเกมรุก: พลังเกมรุกอันน่ากลัวของคูราเซาในรอบคัดเลือกนั้นรวมถึงการถล่มเบอร์มิวดาอย่างราบคาบ 7-0 และการชนะจาเมกา 2-0 โดยได้ รันเจโล ยังก้า และ ซอนต์เย แฮนเซน ร่วมกันทำประตูในหลายแมตช์การแข่งขันที่ผ่านมา
- ประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์: คูราเซาเข้าร่วมศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยไม่มีประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์ระดับสูงนี้มาก่อนเลย ทำให้เกมการแข่งขันในกลุ่ม E ที่ต้องพบกับ เยอรมนี, เอกวาดอร์ และโกตดิวัวร์ ถือเป็นความท้าทายใหม่ทั้งหมดสำหรับขุมกำลังชุดนี้
- ***ดาวซัลโวสูงสุด:***รันเจโล ยังก้า คือดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติคูราเซา โดยเขาได้นำประสบการณ์จากการค้าแข้งในระดับสโมสรทั่วยุโรปและเอเชียกลาง ทั้งในเนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, สโลวาเกีย, ไซปรัส และคาซัคสถาน เข้ามาช่วยทีมในทัวร์นาเมนต์นี้
ฟอร์มผลงานในช่วงหลังของทีมชาติฟุตบอลคูราเซาเป็นอย่างไรบ้าง?
ฟอร์มการเล่นล่าสุดของทีมชาติคูราเซาในช่วงคาบเกี่ยวปี 2025 ถึง 2026 สะท้อนให้เห็นถึงการทำผลงานในรอบคัดเลือกที่ประสบความสำเร็จเป็นประวัติการณ์ ตามมาด้วยผลการแข่งขันที่ยากลำบากในเกมกระชับมิตรก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ยามเมื่อต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งกว่า ขุมกำลังชุดนี้คว้าแชมป์กลุ่ม B ในโซนคอนคาเคฟ (CONCACAF) ด้วยสถิติชนะ 7 นัด และเสมอ 3 นัด จากการแข่งขันรอบคัดเลือก 10 นัด โดยเสียประตูไปเพียง 5 ลูกเท่านั้นตลอดการแข่งขันทั้งทัวร์นาเมนต์ เมื่อพิจารณาจากผลงาน 5 นัดหลังสุด คูราเซาทำสถิติชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 2 นัด โดยความพ่ายแพ้ดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมกระชับมิตรรายการ ฟีฟ่าซีรีส์ ที่พบกับออสเตรเลียและจีนเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ช่วงโปรแกรมการแข่งขันระดับนานาชาติในเดือนมีนาคมได้เผยให้เห็นถึงจุดอ่อนในเกมรับยามเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งทางร่างกายและใช้การบีบเกมสูง โดยการปราชัยต่อออสเตรเลีย 5-1 ถือเป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนที่สุดถึงช่องว่างของภาพรวมคุณภาพทีมในระดับทัวร์นาเมนต์นี้ หัวหน้าผู้ฝึกสอน เฟรด รุตเตน เข้ามาประเดิมคุมทีมในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 หลังจากที่ ดิ๊ก อั๊ดโวคาท ประกาศลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากเหตุผลส่วนตัว ส่งผลให้มีเวลาในการเตรียมทีมค่อนข้างจำกัดก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ คูราเซาเข้าสู่ปี 2026 ด้วยการรั้งอันดับที่ 78 จากการจัดอันดับของฟีฟ่าโดยมีขุมกำลังนักเตะที่สร้างขึ้นผ่านระบบการพัฒนาฟุตบอลของเนเธอร์แลนด์เป็นหลัก
แผนการเล่นที่คาดว่าคูราเซาจะเลือกใช้ในแมตช์นี้คืออะไร?
แผนการเล่นที่คาดว่าคูราเซาจะเลือกใช้ในแมตช์นี้ ระบุไว้ด้านล่างนี้
- 4-2-3-1 (แผนการเล่นหลัก): ระบบหลักของ รุตเตน คือแผน 4-2-3-1 ที่สร้างขึ้นโดยมี เลอันโดร บาคูน่า เป็นมิดฟิลด์ตัวควบคุมเกมคอยกำหนดจังหวะและแจกจ่ายบอลจากแนวลึก โดยมี ลิวาโน โคเมเนนเซีย ยืนคู่กันเป็นตัวรับในระบบดับเบิลพิวอต ขณะที่ ทาฮิท ชอง จะทำหน้าที่ในบทบาทกองกลางตัวรุก คอยสร้างสรรค์เกมและลากเลื้อยจี้เข้าหาแดนหน้าเพื่อสนับสนุนกองหน้าตัวเป้าในพื้นที่พื้นที่สุดท้าย
- 4-3-3 (แผนการเล่นรุกทางเลือก): คูราเซาจะปรับมาใช้แผน 4-3-3 ในแมตช์ที่ต้องการเน้นการขยายเกมรุกออกด้านข้างและความเข้มข้นในการบีบเกม โดยมี ซอนต์เย แฮนเซน และ เคนจิ กอร์เร คอยให้ความเร็วในตำแหน่งตัวรุกริมเส้น ระบบนี้จะใช้คู่ฟูลแบ็กอย่าง ชูรันดี้ ซัมโบ และ อาร์มันโด โอบิสโป ในการดันเกมขึ้นสูงเพื่อสร้างโอกาสในการครอสบอลจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก
- 5-4-1 (แผนการเล่นเน้นเกมรับ): รุตเตนจะปรับมาใช้ระบบ 5-4-1 ในแมตช์การแข่งขันที่มีความกดดันสูง ซึ่งการจำกัดพื้นที่ในการโต้กลับของคู่แข่งและการปกป้องพื้นที่เกมรับที่รัดกุมกลายเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โดยแผนเน้นเกมรับรูปแบบนี้จะพึ่งพาความแน่นของแผงกองหลังที่จัดระเบียบมาอย่างดี และการทำเกมโต้กลับเร็วในแนวตั้ง โดยอาศัยความแข็งแกร่งทางร่างกายของ ยอร์เก้น โลคาเดีย ในบทบาทหน้าเป้าที่คอยเก็บบอลแดนหน้าเพียงลำพัง
- ความยืดหยุ่นทางแท็กติก (แนวทางที่ใช้บ่อย): คูราเซาจะสลับปรับเปลี่ยนระบบการเล่นโดยขึ้นอยู่กับคุณภาพของคู่แข่งและสถานการณ์ในเกม โดยจะลงไปแพ็กเกมรับลึกยามเจอกับทีมที่แข็งแกร่งกว่า ในขณะเดียวกันก็จะดันขึ้นมาบีบเกมสูง (ในแมตช์การแข่งขันที่ค่อนข้างสูสี โครงสร้างเกมรุกของคูราเซาจะพึ่งพาความเร็วในการเปลี่ยนจังหวะเกม , การวิ่งเติมเกมรุกทะลุช่องตรงๆ ของแนวรุก และการแจกจ่ายบอลจากแนวลึกของ เลอันโดร บาคูน่า เพื่อเริ่มเปิดฉากเกมบุกฟุตบอลอย่างรวดเร็ว และ อาร์มันโด โอบิสโป ในการดันเกมขึ้นสูงเพื่อสร้างโอกาสในการครอสบอลในจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก
จุดแข็งที่ใหญ่ที่สุดของทีมชาติคูราเซามีอะไรบ้าง?
จุดแข็งที่ใหญ่ที่สุดของทีมชาติคูราเซา ระบุไว้ด้านล่างนี้
- ความเร็วของเกมรุกบริเวณริมเส้น: คูราเซาใช้ผู้เล่นริมเส้นที่มีความเร็วและความสามารถในการโจมตีโดยตรง เพื่อเล่นงานพื้นที่ว่างหลังแนวรับของคู่แข่งในจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก การขยายเกมรุกออกด้านข้างของทีมช่วยสร้างโอกาสในการครอสบอลได้อย่างสม่ำเสมอ และบีบให้คู่ต่อสู้ต้องวิ่งถอยร่นกลับไปเซ็ตเกมรับ
- ขุมกำลังนักเตะสองสัญชาติ: คูราเซาได้ประโยชน์จากฐานกลุ่มผู้เล่นกลุ่มใหญ่ที่เกิดในเนเธอร์แลนด์แต่มีเชื้อสายแคริบเบียน ซึ่งช่วยเพิ่มคุณภาพด้านทักษะความสามารถเฉพาะตัวและความยืดหยุ่นทางแท็กติกให้กับขุมกำลัง นักเตะที่เติบโตมาจากลีกเอเรดิวิซี และลีกยุโรปอื่นๆ ได้นำประสบการณ์จากลีกสูงสุดเข้ามาเติมเต็มให้กับระบบทีมชาติ
- โครงสร้างเกมรับที่รัดกุม: ทีมรักษารูปแบบการยืนตำแหน่งเกมรับแดนกลางอย่างมีวินัย ซึ่งช่วยจำกัดช่องทางการบุกเจาะตรงกลาง และบีบให้คู่ต่อสู้ต้องออกไปเล่นในพื้นที่ริมเส้นที่อันตรายน้อยกว่า ความรัดกุมของเกมรับนี้ช่วยลดพื้นที่ว่างระหว่างไลน์ (ความห่างระหว่างแผงหลังและกองกลาง) และป้องกันการประสานงานส่งบอลทะลุช่องตรงๆ ของคู่แข่ง
- ประสิทธิภาพในการโต้กลับเร็ว: ทีมสามารถเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ความเร็วและการจ่ายบอลไปข้างหน้าโดยตรงเพื่อโจมตีแนวรับที่ดันขึ้นสูงของคู่แข่ง รูปแบบการเล่นโต้กลับเร็วนี้ช่วยสร้างโอกาสที่มีลุ้นประตูสูงในการเจอกับคู่ต่อสู้ที่เติมผู้เล่นขึ้นมาจำนวนมากในช่วงที่กำลังเปิดเกมบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง
- บันทึกสถิติผลงานอันโชกโชนในระดับภูมิภาค: คูราเซาได้สร้างความน่าเชื่อถือในความสามารถด้านการแข่งขันผ่านผลงานที่สม่ำเสมอในทัวร์นาเมนต์โซนคอนคาเคฟ (CONCACAF) โดยสามารถเก็บผลการแข่งขันที่ดีได้ยามเจอกับคู่แข่งในภูมิภาคที่แข็งแกร่งกว่า ประสบการณ์ที่สะสมมาจากทัวร์นาเมนต์รอบคัดเลือกหลายครั้งช่วยเสริมสร้างวินัยทางแท็กติกให้กับขุมกำลังในสถานการณ์ฟุตบอลที่มีความกดดันสูง
ความแม่นยำในการจบสกอร์ของคูราเซาจะเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันได้หรือไม่?
ใช่ ความแม่นยำในการจบสกอร์ของคูราเซาสามารถเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันได้ ทีมสามารถสร้างสรรค์โอกาสได้มากมายจากการเปลี่ยนจังหวะเกมโต้กลับเร็ว และการประสานงานในพื้นที่ริมเส้น แต่การเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นให้เป็นประตูจะเป็นตัวกำหนดผลการแข่งขันในแมตช์ที่สูสี การแข่งขันรอบคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ (CONCACAF) ยืนยันว่าคูราเซามีเกมรุกที่น่ากลัวอย่างแท้จริง ทำให้การจบสกอร์ที่เฉียบคมกลายเป็นจุดเปลี่ยนระหว่างการชนะหรือการเสมอ คู่ต่อสู้ที่เน้นเกมรับจะสามารถรับแรงกดดันในจังหวะเปลี่ยนผ่านเกมได้ดี ซึ่งหมายความว่าโอกาสที่ชัดเจนแต่ละครั้งจะทวีความสำคัญและมีน้ำหนักมากขึ้นในแมตช์ที่สกอร์ต่ำ ความแม่นยำในการจบสกอร์ของขุมกำลังชุดนี้ยังคงเป็นตัวบ่งชี้ผลงานที่ชัดเจนที่สุดในการกำหนดผลการแข่งขันในระดับนานาชาติ
รายชื่อนักเตะชุดปัจจุบันของทีมชาติคูราเซามีใครบ้าง?
รายชื่อนักเตะชุดปัจจุบันของทีมชาติคูราเซา ระบุไว้ด้านล่างนี้
- เอลอย รูม (ไมอามี เอฟซี, ผู้รักษาประตู): รูมทำหน้าที่เป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของคูราเซาในปี 2026 โดยคอยมอบประสบการณ์ระดับสูงความเป็นผู้นำ และการป้องกันลูกยิงที่สม่ำเสมอในฐานะแกนหลักในเกมรับของทีม การบัญชาเกมในกรอบเขตโทษของรูมช่วยจัดระเบียบแผงกองหลังได้เป็นอย่างดี
- ไทริก โบดัก (เทลสตาร์, ผู้รักษาประตู): โบดักทำหน้าที่เป็นผู้รักษาประตูมือสอง โดยคอยสแตนด์บายในฐานะขุมกำลังเชิงลึกที่น่าไว้ใจและพกพาประสบการณ์การพัฒนาฝีมือมาจากระบบฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ โบดักช่วยสร้างความมั่นคงให้ทีมยามเป็นตัวสำรองต่อจากผู้รักษาประตูตัวจริง
- เทรเวอร์ ดอร์นบุช (วีวีวี-เวนโล, ผู้รักษาประตู): ดอร์นบุชเข้ามาเติมเต็มแผงผู้รักษาประตูในฐานะตัวเลือกอันดับสาม โดยช่วยเพิ่มระดับมิติเชิงลึกในเกรดฟุตบอลอาชีพและสร้างความสมดุลให้กับขุมกำลัง ดอร์นบุชพร้อมสนับสนุนทีมในการหมุนเวียนผู้เล่นและรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
- อาร์มันโด โอบิสโป (พีเอสวี, กองหลัง): โอบิสโปเข้ามาเติมเต็มคุณภาพเกมรับระดับสูงจากศึกเอเรดิวิซี โดยนำความนิ่ง การพาบอลขึ้นหน้า และการยืนตำแหน่งที่แข็งแกร่งในฐานะตัวเลือกตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก โอบิสโปช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเกมรับของคูราเซา
- ชูรันดี้ ซัมโบ (สปาร์ตา ร็อตเตอร์ดัม, กองหลัง): ซัมโบเข้ามาเพิ่มความแข็งแกร่ง, พละกำลัง และความยืดหยุ่นในเกมรับทั่วทั้งแผงกองหลัง ซัมโบพร้อมสนับสนุนทั้งการคุมพื้นที่ในเกมรับและการช่วยเติมเกมจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุก
- โรชอน แวน ไอจ์ม่า (อาร์เคซี วาลไวก์, กองหลัง): แวน ไอจ์ม่า มอบการเล่นเกมรับที่เป็นระบบและมีวินัยในการยืนตำแหน่งในแผงหลังตัวกลาง แวน ไอจ์ม่า ช่วยสนับสนุนการจัดระเบียบเกมรับที่รัดกุมเป็นปึกแผ่น
- เชอเรล โฟลรานุส (พีอีซี ซโวลเล่, กองหลัง): โฟลรานุส มอบความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในตำแหน่งเกมรับที่หลากหลาย โฟลรานุส ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งในการหมุนเวียนผู้เล่นและการคุมพื้นที่ในเกมรับ
- เดเวรอน ฟอนวิลล์ (เอ็นอีซี, กองหลัง): ฟอนวิลล์ นำประสบการณ์จากศึกเอเรดิวิซีเข้ามาช่วยทีมและสนับสนุนในการเซ็ตบอลขึ้นมาจากแดนหลัง ฟอนวิลล์ พร้อมช่วยควบคุมจังหวะการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในเกมรับได้อย่างมั่นคง
- ยูเรียน กาอารี (อับฮา, กองหลัง): กาอารี เข้ามาเพิ่มพละกำลังทางร่างกายและความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศยามต้องดวลในเกมรับ กาอารี มอบความน่าไว้ใจในระบบเกมรับที่มีโครงสร้างชัดเจน
- โจชัว เบรเนต์ (เคย์เซริสปอร์, กองหลัง/กองกลาง): เบรเนต์ มอบความยืดหยุ่นในการเล่นริมเส้นฝั่งขวา โดยผสมผสานความตื่นตัวในเกมรับเข้ากับการวิ่งเติมเกมรุกและคุณภาพในการครอสบอลที่แม่นยำ เบรเนต์ พร้อมสนับสนุนทีมในทุกช่วงจังหวะของเกมการแข่งขัน
- รีเชดลี บาซูร์ (คอนยาสปอร์, กองกลาง): บาซูร์ มอบประสบการณ์ระดับสูง การพาบอลขึ้นหน้า และความยืดหยุ่นในการเล่นได้ทั้งแดนกลางและแผงกองหลัง บาซูร์ ช่วยให้ทีมมีความนิ่งและการควบคุมเกมในพื้นที่แดนกลาง
- เลอันโดร บาคูน่า (บันไดรมัสปอร์, กองกลางตัวกลาง): บาคูน่า ทำหน้าที่เป็นกัปตันทีม โดยคอยมอบความเป็นผู้นำ มิติการวางบอลที่หลากหลาย และทีเด็ดจากลูกตั้งเตะ บาคูน่า มีส่วนสำคัญในการจัดระเบียบโครงสร้างในแดนกลาง
- จูนินโญ่ บาคูน่า (กาเซียนเท็ป, กองกลางตัวกลาง): จูนินโญ่ เข้ามาเติมเต็มพลังงาน ความคิดสร้างสรรค์ และการสอดขึ้นหน้าในแดนกลาง จูนินโญ่ ช่วยสนับสนุนทีมในจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในเกมบุก
- ลิวาโน โคเมเนนเซีย (เอฟซี ซูริค, กองกลางตัวรับ): โคเมเนนเซีย ปักหลักเป็นแกนหลักในแดนกลางด้วยการยืนตำแหน่งที่มีวินัยและการแย่งบอลกลับมาครอง โคเมเนนเซีย ทำหน้าที่เป็นโล่ป้องกันให้กับแผงกองหลัง
- กอดฟรีด โรเมราตู (อาร์เคซี วาลไวก์, กองกลาง): โรเมราตู เข้ามาเพิ่มความคล่องตัว ความเข้มข้นในการบีบเกม (Pressing) และการลากเลื้อยพาบอลขึ้นหน้า โรเมราตู ช่วยยกระดับการเปลี่ยนจังหวะเกมในแดนกลาง
- อาร์จานี มาร์ธา (ร็อตเธอร์แฮม ยูไนเต็ด, กองกลาง): มาร์ธา มอบพลังงานในพื้นที่แดนกลางริมเส้นและความยืดหยุ่นทางแท็กติก มาร์ธา ช่วยสนับสนุนการบีบเกม ในช่วงจังหวะเปลี่ยนผ่านเกม
- ทาฮิท ชอง (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, กองกลางตัวรุก): ชอง ทำหน้าที่เป็นตัวรุกสร้างสรรค์เกมหลัก โดยใช้การลากเลื้อย ความเร็ว และการเล่นเกมบุกโดยตรงเพื่อทลายแนวรับคู่แข่ง ชอง เป็นผู้ขับเคลื่อนจังหวะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในเกมบุก
- ไทรีส นอสลิน (เทลสตาร์, ปีก): นอสลิน เข้ามาเพิ่มความเร็วและการวิ่งเติมเกมรุกโดยตรงจากตำแหน่งริมเส้น นอสลิน สร้างความน่ากลัวในจังหวะเข้าทำจากการโต้กลับเร็ว
- ซอนต์เย แฮนเซน (มิดเดิลสโบรห์, กองหน้า): แฮนเซน มอบความยืดหยุ่นในเกมรุก โดยสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งปีกหรือกองหน้า พร้อมด้วยความสามารถในการจบสกอร์และการเคลื่อนที่หาช่อง แฮนเซน ช่วยสนับสนุนการสลับหมุนเวียนตำแหน่งในเกมบุก
- ยอร์เก้น โคคาเดีย (ไมอามี เอฟซี, กองหน้าตัวเป้า): โลคาเดีย ลงนำเป็นแกนหลักในเกมรุกด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกาย ความสามารถในการจบสกอร์ และประสบการณ์อันโชกโชนในหลายลีก โลคาเดีย ทำหน้าที่เป็นศูนย์หน้าตัวหลักของทีม
- เคนจิ กอร์เร (มัคคาบี้ ไฮฟา, ปีก): กอร์เร มอบความเร็ว การเล่นเกมบุกตรงๆ และความน่ากลัวในเกมรุกจากตำแหน่งริมเส้น กอร์เร ช่วยเพิ่มความอันตรายในการโจมตีทางกราบซ้ายและขวา
- รันเจโล ยังก้า (ไร้สังกัด): ยังก้า เข้ามาช่วยเติมเต็มความแข็งแกร่งในการเล่นลูกกลางอากาศและสถิติการพังประตูที่ยอดเยี่ยมในระดับนานาชาติ ยืนยันได้จากผลงานที่ผ่านมา ยังก้า มอบตัวเลือกในรูปแบบกองหน้าตัวเป้าสายดั้งเดิม